2007/Jul/15

"เคหาสน์สีแดง"

ประเภท ละครโทรทัศน์
ออกอากาศสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง ๗
พุทธศักราช๒๕๓๒
บทประพันธ์ ดวงดาว
บทโทรทัศน์ ปราณประมูล
กำกับรายการ -
กำกับการแสดงมานพ สัมมาบัติ
ค่ายบ.ดาราวีดีโอ

นักแสดง

1.ยุรนันท์ ภมรมนตรี เป็น รุจน์

2.ธนาภรณ์ รัตนเสน เป็น อารยา (น้อย)

3.ลีลาวดี วัชโรบล เป็น เสาวรส

4.ศักดิ์สิทธิ์ ทวีกุล เป็น ชาลี

5.เอกกวี ภักดีวงษ์เป็น ภาคินัย

6.มรกต ศิริสว่าง เป็น ภคินี

7.พิศมัย วิไลศักดิ์ เป็น คุณนายพนาเวสน์

8.ประวิตร เปรื่องอักษร (แซม ซิกเซ้นท์) เป็น ประพัฒน์

9.ชาลินี ดารา เป็น วัฒนา

10.กิ่งดาว ดารณี เป็น สรีย์

11.อรุโณทัย จิตรีขันธ์ เป็น ฉลวย

12.สุลาลีย์วัลย์ สุวรรณทัตเป็น แม่พร้อม

13.บรรเจิดศรี ยมาภัย เป็น แม่พิน

14.ประพิศพราวพรรณเป็น แม่ละม่อม

15.ชาลี โสภณจิตต์ เป็น ขุนประจญ

16.วัชรา สังข์สุวรรณ เป็น กิจจา

นักแสดงรับเชิญ

1.มานพ อัศวเทพ เป็น พลตรี พลแสน

2.ดวงใจ หทัยกาญจน์ เป็น อัมพา

********************************************

เพลง เคหาสน์สีแดง
คำร้อง/ทำนอง ชาลี อินทรวิจิตร
เรียบเรียงเสียงประสาน ศรายุทธ สุปัญโญ
ขับร้อง ยุรนันท์ ภมรมนตรี

เนื้อร้อง

"ชีวิตในเขตรั้วไพศาล
อัครฐานสมความเป็น เคหาสน์
ฉาบสีแดง ดั่งชาด
เปรียบดั่งเลือดรัก นกพิราบสาว
เป็นวิมานตระการในฝัน
ปัจจุบันนี้แฝงเร้นความเศร้า
ขาดรักมาบรรเทา
ร่วงโรยและเก่าดั่งเหมือนไร้เจ้าของ...
* ต่าง คนระแวงหวั่นไหว
เกลียดชังอย่างไรหรือรักกลับแกล้งสับสน
จริงใจดีกว่า อย่ามีเล่ห์กล
รักเราเริ่มต้นที่เคหาสน์สีแดง
กำแพงสีเทาจะโอบเราไว้
ไม่ห่างไกลน้อมรักให้เราแข็งแกร่ง
ยอดรักมิพักระแวง
เคหาสน์แห่งรักนี้รอเราพัก พิงใจ
(
ซ้ำ*)

เพลง เคหาสน์สีแดง
ขับร้อง ธนาภรณ์ รัตนเสน

"อาจคงเป็นเพราะเธอไม่เห็นคุณค่า
อาจเป็นเพียงน้ำตา ที่ไหลร่วงริน
สูญและสิ้นความหมาย ไร้ค่าเพียงดิน
ปีกหักถลาบิน..สิ้นแรง
สุดเยียวยาหัวใจ ให้หายร้าวราน
ถูกนายพรานเช่นเธอ โหดร้ายหมายฆ่าแกง
ฉันดังเช่นนกน้อย ร่วงผลอยตามแรง
เสียบแทงใจจริงหนอ ..ทรมาน
* คงพอใจสิหนา จึงเข่นฆ่าเลือดเย็น
เธอคงเป็นคนไร้หัวใจ ใชไหม
จึงไร้น้ำใจ สูญสิ้นความรักให้
สุขใชไหมได้เห็นน้ำตา
อาจจะยังไม่ตาย สิ้นไร้ชีวัน
ดุจดั่งตายเช่นกัน เมื่อฉันไร้ค่า
หัวใจสิ้นสลาย ขอไปดีกว่า
อยู่อย่าทรมาน ขอลา..เคหาสน์สีแดง.."
(ซ้ำ *)

เรื่องย่อ
....................................................................
..............................................................................
..............................................................................
..............................................................................

2007/Jul/14

"อีสา"


ประเภท ละครโทรทัศน์
ออกอากาศสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง7
พุทธศักราช2531
บทประพันธ์ สีฟ้า
บทโทรทัศน์ ศัลยา
กำกับรายการ -
กำกับการแสดงมานพ สัมมาบัติ
ค่ายบ.ดาราวีดีโอ


นักแสดง

1. อภิรดี ภวภูตานนท์ เป็น อีสา


2. ธนาภรณ์ รัตนเสน เป็น คุณหญิงโสภา


3. วีรยุทธ รสโอชา เป็น สมศักดิ์


4. อนุชิต จุรีเกษ เป็น หม่อมราชวงศ์ระวีช่วงโชติ รวีวาร


5. ปิยะดา เพ็ญจินดา เป็น โสภิต


6. จันทนีย์ สิงห์สุวรรณ เป็น คุณหญิงจันทร์จิรา


7. เยาวเรศ นิสากร เป็นหม่อมพริ้ม


8. วงศ์ทอง ผลานุสนธิ์ เป็น ยายแป้น


9. พิพัฒน์พล โกมารทัต เป็น ประธาน


10.สุลาลีย์วัลย์ สุวรรณทัต เป็น ยายเจิม


11.สุนทร สุจริตฉันท์ เป็น วิทย์


12. ไพโรจน์ ใจสิงห์ เป็น หม่อมเจ้าโชติช่วงระวี รวีวาร
(บิดาของม.ร.ว.ระวีช่วงโชติ)

*****************************************************

เพลง อีสา
เนื้อร้อง-ทำนอง วิทยา อัมภสุวรรณ
เรียบเรียง ศาสสัณฑ์ บุญญาสัย
ขับร้อง วัชราภรณ์ สุขสวัสดิ์

เนื้อร้อง

"ผ่านมา ผ่านไป
ฤาหัวใจไม่เคยหยุดพัก
เสาะหา เรื่อยมา ความรัก รัก
ได้ประจักษ์ แล้วเลยพ้นไป
จะมี....สักหน
บ้างไหมคน ที่ยอม..มอบใจ
ด้วยรัก เข้าใจความหมาย หมาย
เหนือความใคร่ ดับไฟปรารถนา
ไฟร้อนแรงความรักรุมเร้าอารมณ์อยู่เรื่อยมา
ดลหัวใจให้ระเริง รุ่มร้อนเพลิงเสน่หา
ดับยากหนักหนา ไฟรักในอารมณ์
เสาะหา....ไม่เห็น
ความรักเป็นเช่นใดเล่าหนา
ไม่เคยเจอะเลย สักครา ...หา
รักล้ำค่า หาชั่วชีวี
อ่อนแรงจึงเริ่มเข้าใจ
ความรักใดยิ่งใหญ่ไม่มี
ความรักจากแม่ให้ลูกนี้
เป็นรักที่บริสุทธิ์จากใจ
ไฟร้อนแรงความรักรุมเร้าอารมณ์อยู่เรื่อยมา
ดลหัวใจให้ระเริง รุ่มร้อนเพลิงเสน่หา
ดับยากหนักหนา ไฟรักในอารมณ์
อ่อนแรงจึงเริ่มเข้าใจ
ความรักใดยิ่งใหญ่ไม่มี
ความรักจากแม่ให้ลูกนี้
เป็นรักที่บริสุทธิ์จากใจ"

เรื่องย่อ


อีสาจะให้นมลูก แต่หม่อมพริ้มไม่ยอม


หม่อมพริ้มประกาศว่า อีสาไม่มีสิทธิ์ในตัวคุณชายระวีอีกต่อไป

อีสาเป็นลูกของทาสชื่อ อีเสาร์ อาศัยอยู่ในวัง"รวีวาร" ซึ่งมีหม่อมเจ้าโชติช่วงระวีกับชายา ชื่อหม่อมพริ้ม เมื่ออีเสาร์ คลอดอีสา อีเสาร์ก็ตาย ก่อนตายได้ฝากอีสาให้ ยายเจิม แม่ครัวในวังเลี้ยงดู ยายเจิมเลี้ยงอีสาอย่างดี จนเติบโตเป็นสาวสวย ถึงขนาด มจ.โชติช่วงระวี ยังเสด็จมาหาที่วัง จนอีสาคลอดลูกชายมา 1 คน
มจ.โชติช่วงระวี รวีวารมีชายาหรือหม่อม4 คน (ไม่นับอีสา) ได้แก่ หม่อมพริ้ม หม่อมนิ่ม หม่อมน้อย และหม่อมลำดวน หม่อมพริ้มมีลูกสาว 3 คนอีก 3 หม่อม ไม่มีลูก หม่อมนิ่ม เนื่องจากไม่มีลูก จึงอยากได้ลูกอีสามาเลี้ยง หม่อมพริ้ม เนื่องจากมีลูกเป็นหญิงทั้ง 3 คน จึงต้องการลูกอีสาซึ่งเป็นลูกชายมาเลี้ยง สองหม่อมจึงแย่งลูกอีสาอีสาตัดสินใจไม่ได้ว่าจะให้ใคร หม่อมพริ้ม ถือสิทธิ์ว่าเป็นหม่อมใหญ่จึงได้ลูกอีสาไปเลี้ยง ทำให้หม่อมนิ่มแค้นใจมาก
มีอยู่วันหนึ่งอีสาได้มีโอกาสไปดูละครชาตรี (ละครที่เล่นกันกลางแจ้งทั่วไป) จึงขอสมัครเล่นบ้าง เผอิญมีดาราละครร้องมาพบเข้าจึงพาไปเป็นนางเอก โด่งดังไปทั่วในชื่อ อุษา พอดีอีสาพบหม่อมพริ้มเข้าที่โรงละคร จึงขอลาออก
ต่อมา อีสามีโอกาสได้พบกับวิทย์นักไวโอลิน วิทย์ชวนอีสาไปแสดงละครให้พวกญี่ปุ่น อีสาเริ่มสนิทสนมกับวิทย์ ทำให้คุณหญิงเบาใจลงบ้าง แต่ทำให้สมศักดิ์หึงอย่างรุนแรง ดื่มเหล้าทุกคืน และเริ่มมีปากเสียงกับคุณหญิง


อีสาเจอคุณสมศักดิ์ครั้งแรก

คุณหญิงโสภาถักผ้าเช็ดหน้าให้สมศักดิ์ อีสาทะเลาะกับยายเจิม

อีกไม่นาน อีสาก็ตั้งท้องคนที่ 2 มจ.โชติช่วงระวีถึงแก่กรรม(ไม่รู้ราชาศัพท์) เรือนทั้งหมดโดนพระคลังข้างที่ยึดให้เป็นบ้านเช่าเพราะม.จ.ฯ ทรงจำนองไว้ยกเว้นพื้นที่ตำหนักใหญ่ หม่อมทุกคน ยกเว้นหม่อมพริ้มจึงต้องโดนไล่ออกไป มีคนมาเช่ามากมาย หนึ่งในนั้นคือ สมศักดิ์ ผู้ที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดขึ้น สมศักดิ์เป็นคนรูปหล่อ คมเข้ม ทำให้หญิงที่เห็นแอบหลงรัก รวมทั้งคุณหญิงโสภา ลูกสาวหม่อมพริ้ม และ อีสา อีสาชอบมาคุยกับสมศักดิ์ทำให้สนิทสนมกัน ส่วนสมศักดิ์ก็มาแอบดูคุณหญิงโสภานั่งรถไปเรียนทุกวัน คุณหญิงจึงมีใจให้ ถักผ้า ส่งจดหมายให้สมศักดิ์ โดยผ่านอีสาซึ่งหม่อมพริ้มสั่งให้รับใช้คุณหญิงอย่างใกล้ชิด อีสาแอบเปิดซองอ่านทุกครั้ง แต่ก็ต้องเก็บไว้ในใจทั้งที่เจ็บปวดมาก ต่อมาคุณหญิงโสภารู้มาว่า หม่อมพริ้มจะบังคับให้ตนแต่งงานกับคนอื่น ซึ่งตนไม่ได้รัก อีสาจึงแนะนำให้คุณหญิงหนีออกจากวัง และทุกอย่างก็เป็นไปตามนั้น คุณหญิงอาลัยอาวรณ์เป็นอย่างมากแต่ก็ต้องหนีเพราะรัก เมื่อหม่อมพริ้มรู้ว่าคุณหญิงโสภาได้หนีออกไปแล้ว จึงตัดแม่ตัดลูก


อีสากับสมศักดิ์ภาคุณหญิงหนีออกจากวัง

สมศักดิ์แอบลงมาหาอีสา อีสาไปเล่นละครร้อง

สมศักดิ์ คุณหญิงฯ และอีสา ไปพักอยู่ที่บ้านของพี่ชายสมศักดิ์ คุณหญิงไม่ค่อยชอบพี่ชายของสมศักดิ์ จึงได้ย้ายบ้านไปอยู่อีกละแวกหนึ่งคุณหญิงไม่ยอมมีอะไรกับคุณสมศักดิ์ สมศักดิ์จึงแอบลงมาหาอีสาตอนกลางคืนแทบทุกคืน อีสาก็สองใจ ใจหนึ่งก็รักและสงสารคุณหญิง อีกใจหนึ่งก็ใคร่รักสมศักดิ์ คุณหญิงเริ่มระแคะระคายแต่ไม่ได้พูดอะไร ต่อมาไม่นานอีสาก็คลอดลูกของ มจ.โชตช่วงระวี ที่ติดท้องอยู่ ปรากฏว่าเป็นลูกสาว คุณหญิงฯขอลูกสาวอีสาไปเป็นลูกของตน โดยให้อีสาเป็นป้าเท่านั้น คุณหญิงตั้งชื่อให้คล้องกันตนที่ชื่อ โสภาพรรณวดี ว่า โสภิตพิไล


คุณหญิงกับสมศักดิ์เลี้ยงโสภิต

คุณหญิงคิดถึงวัง(บ้าน) คุณหญิงเป็นลม


พูดกันเรื่องย้ายไปบ้านยายแป้น

คุณหญิงจับได้ว่าสมศักดิ์แอบมาพบอีสา คุณหญิงตัดสิ้นใจกระโดดน้ำตาย

ย้อนกลับไปตอนไปทำคลอดที่โรงพยาบาล อีสาได้รู้จักกับแป้นหญิงวัยทองที่มีลูกหลง มาคลอดอยู่เตียงข้าง ๆ กัน แป้นชวนให้อีสามาอยู่ด้วยกัน อีสาจึงให้สมศักดิ์ คุณหญิง และโสภิตไปอยู่บ้านแป้น ส่วนอีสายังคงอยู่บ้านเดิมเพราะต้องเดินทางไปเล่นละคร สมศักดิ์โกหกคุณหญิงว่าจะต้องไปกินเลี้ยงกับพวกญี่ปุ่นจะไม่กลับตอนกลางคืน พอดีในคืนนั้น มีการทิ้งระเบิดอย่างหนัก คุณหญิงเป็นห่วงอีสา จึงได้ลงเรือไปหาอีสา ก็ได้ไปพบสมศักดิ์อยู่กับอีสาที่บ้านเก่า คุณหญิงโกรธมาก และตัดสินใจกระโดดน้ำตาย อีสาเสียใจมาก ตัดเยื่อใยสมศักดิ์ สมศักดิ์กินเหล้าหนักขึ้น จนไม่มีเรี่ยวแรงพลัดตกน้ำตายตามคุณหญิงไป
จบเรื่องราวทั้งหมด อีสาแต่งงานกับวิทย์ และได้ไปแอบพบกับนายทหารญี่ปุ่น เมื่อสงครามยุติลง ก่อนนายทหาร ฯ จะกลับญี่ปุ่นได้มอบทองคำแท่งให้อีสาไว้ 1 หีบ (คงมีประมาณ 50 กว่าแท่ง) อีสานำไปแบ่งให้วิทย์เล็กน้อย และไม่กลับไปหาวิทย์อีกเลย และนำทองคำแท่งไปขายได้เงินมามากมาย


ต่อมาไม่นานสมศักดิ์ก็ตกน้ำตายตาม

อีสาได้ทองทำให้เป็นคนร่ำรวย อีสาคุยกับโสภิต

*******************************


คุณชายระวีคุยกับคุณหญิงจันทร์

อีสาฆ่าประธาน อีสาติดคุก

หลายปีต่อมา อีสากลายเป็นคนร่ำรวย มีบ้านส่วนตัว และมีแต่คนรู้จักในนาม "อุษาวดี" เปิดไนท์คลับ และมีลูกน้องคนสนิท(มาก) ชื่อ ประธาน ส่วนแป้น ลูกสาวก็ออกเรือน(แต่งงาน) และย้ายไปบ้านสามี แป้นจึงมาอยู่กับอีสา โสภิตก็เรียนจบชั้น ม.6 แต่ไม่ได้เรียนต่อชั้นอุดมศึกษา(มหาวิทยาลัย) โสภิตไม่ค่อยชอบป้าอุษามากนัก เพราะคิดว่าป้าอุษาสำส่อนกับประธาน

ทนายถามความจริงจากโสภิตอีสาไปหายายเจิม โดนยายเจิมดุด่าเสียยกใหญ่

และเรื่องราวที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น คือ อีสาได้พบกับ มรว.ระวีช่วงโชติ (ต่อไปจะเรียก ชายระวี) บุตรชายของตน อีสาไม่ได้บอกใครนอกจากแป้น แป้นจะรู้เรื่องราวในอดีตต่าง ๆ ของอีสาทั้งหมด ชายระวีได้มีโอกาสพบกับโสภิต ทั้งสองเริ่มสนิทสนมกันโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นพี่น้องกัน หญิงจันทร์จิรา เพื่อนของชายระวี ที่หม่อมพริ้มวางตัวให้เป็นเจ้าสาว ไม่พอใจที่ชายระวีไปยุ่งเกี่ยวกับคนอื่นที่ไม่มีสกุลรุนชาติ จึงรายงานหม่อมพริ้ม หม่อมพริ้มจึงให้สืบประวัติของโสภิต และในที่สุดก็รู้ว่า โสภิตเป็นหลานของอีสา หม่อมพริ้มไปพบอีสา ได้สั่งอีสาว่า ห้ามบอกกับชายระวีว่าใครเป็นแม่ที่แท้จริง และหม่อมพริ้มรู้แต่เพียงว่า โสภิตเป็นลูกของหญิงโสภา จึงถือว่าชายระวีเป็นน้าของโสภิต จึงสั่งไม่ให้น้า-หลาน(ชายระวี-โสภิต) ได้พบกัน แต่ก็ไม่สำเร็จ ในขณะเดียวกันประธานได้แอบเข้าไปปลุกปล้ำโสภิต อีสาโกรธมากจึงยิงประธาน "ตาย" อีสาโดนตำรวจจับ แต่ก็รอดพ้นมาได้ด้วยการให้ปากคำที่เป็นเท็จของโสภิต อีสาจึงไปต่อรองกับหม่อมพริ้ม ให้รับโสภิตเป็นหลาน ในที่สุดหม่อมพริ้มก็ยอม แต่หม่อมพริ้มได้เล่าเรื่องราวของอีสาในอดีตให้ชายระวีฟัง ชายระวีจึงเริ่มออกห่างอีสา เมื่อชายระวีรับโสภิตไปแล้วก็ไม่ค่อยได้มาเยี่ยม ทำให้อีสาคิดมาก อีสามีแต่ความทุกข์ระทมใจ พยายามจะฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ อีสาได้ไปหายายเจิม ผู้ที่เลี้ยงอีสาในยามเด็ก ยายเจิมดุด่าอีสา อีสาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เรื่องโสภิตเป็นลูกของตน และสั่งไม่ให้ยายเจิมบอกใคร อีสาคิดว่าชายระวีกับโสภิต คงจะรังเกียจตนมาก จึงตัดสินใจบวชชี หม่อมพริ้มได้พาลูกทั้งสองของอีสามากราบอีสา และไม่ได้บอกความจริงให้ทั้งสองได้ทราบ


อีสาทะเลาะกับโสภิตเรื่องคุณชายระวี


อีสาเสียใจและร่างกายทรุดโทรมลง


อีสาตัดสินใจบวชชี หม่อมพริ้มพาลูกของอีสาทั้งสองคนไปกราบแม่
แต่ก็ไม่ได้บอกความจริง

บบริบูรณ์